หน้าแรก > ข่าวกีฬา > จุดเริ่มต้นของพรีเมียร์ลีก





จุดเริ่มต้นของพรีเมียร์ลีก

จุดเริ่มต้นของพรีเมียร์ลีก
เอฟเอพรีเมียร์ลีก อังกฤษ (FA Premier League) หรือที่ทุกคนนิยมเรียกกันว่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ( Premier League) เป็นระบบการแข่งขันฟุตบอลลีกในระดับที่สูงที่สุดของประเทศอังกฤษ มีการก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) ภายใต้การบริหารงานของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือมีชื่อตามผู้สนับสนุนการแข่งขันอย่างเป็นทางการว่า บาร์เคลส์ พรีเมียร์ชิพ เป็นผลเนื่องมาจากในปัจจุบันสนับสนุนโดย บริษัทการเงินที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งเรียกว่าบาร์เคลส์ การแข่งขันพรีเมียร์ลีกเป็นที่รวมของ 20 สโมสรฟุตบอลในระดับสูงสุดของอังกฤษเข้าด้วยกันแฟนบอลหลายท่านในประเทศไทยก็ชื่นชอบลีกการแข่งขันนี้เช่นกัน

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษนั้นมีความเป็นมาอย่างยาวนาน พรีเมียร์ลีกอังกฤษนั้นถือเป็นลีกที่แฟนบอลชาวไทยติดตามชมกันมากที่สุดอาจเพราะหลายเหตุผล เช่น ทีมฟุตบอลชั้นนำในพรีเมียร์ลีก หรืออาจเป็นเหล่าซุปเปอร์สตาร์ดาราดังหลายคนที่โลดแล่นอยู่ในวงการฟุตบอลอังกฤษหรืออาจเป็นเพราะวัฒนธรรมต่างๆของเหล่าแฟนบอลในสโมสรต่างๆก็อาจเป็นแรงดึงดูดได้ ยังมีอีกหลายๆเหตุผลครับที่ทำให้ฟุตบอลอังกฤษเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าแฟนบอลชาวไทยจุดเปลี่ยนที่สำคัญครั้งหนึ่งของพรีเมียร์ลีกอังกฤษคือเรื่องของการซื้อตัวผู้เล่นต่างชาติครับ ฟุตบอลอังกฤษตั้งแต่เริ่มต้นจริงๆแล้วไม่ค่อยมีการลงทุนซื้อตัวผู้เล่นดังๆเข้ามาเสริมทีมจนกระทั่งในปี 1994-1995 เมื่อทอตนัมฮอตสเปอร์ ซื้อตัว เยือร์เกิน คลินส์มันน์ (Juergen Klinsmann) นักฟุตบอลทีมชาติเยอรมันจากสโมสรโมนาโกจากลีกอาชีพในฝรั่งเศสมา ด้วยทักษะและลีลาการเล่นฟุตบอลส่วนสูงเพียง 181 เซนติเมตรและเล่นในตำแหน่งกองหน้า ของคลินส์มันน์สร้างความตื่นตาตื่นใจต่อผู้ชม ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจของกองเชียร์สเปอร์โดยใช้เวลาไม่นาน สร้างความพึงพอใจต่อสโมสรต้นสังกัดเป็นอย่างมาก ความสำเร็จของทอตแน่มฮอตสเปอร์ถึงแม้จะไม่ได้แชมป์ในปีนั้นแต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก นั้นจึงเป็นตัวกระตุ้นให้สโมสรอื่นกล้าลงทุนซื้อตัวนักฟุตบอลระดับโลกมากขึ้น เพราะรายรับที่ได้กลับคืนมาคุ้มค่ากับการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นในด้านของตั๋วฟุตบอล โฆษณา ถ่ายทอดสด นอกจากนักฟุตบอลแล้วผู้จัดการทีมต่างชาติก็เข้ามามีบทบาทในการทำทีมในพรีเมียร์ลีกจวบจนปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็น อาร์แซน แวงแกร์, รุด กุลลิท, เชอรา อุลิแยร์, ราฟาเอล เบนีเตซ, โชเซ มูรีนโย ฯลฯ แม้แต่สโมสรฟุตบอลที่มีลักษณะอนุรักษนิยมสูง ดังเช่น สโมสรลิเวอร์พูล ที่แม้ปรับตัวให้เข้ากับระบบใหม่ช้ากว่าคู่แข่งหลายทีม จนทำให้ยังไม่สามารถประสบความสำเร็จในระดับแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ (ต่างจากยุคฟุตบอลลีก) ยังต้องปรับตัวต่อกระแสการซื้อตัวนักฟุตบอลและผู้จัดการทีมต่างชาติ เพื่อหวังจะครองแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกให้ได้ เรามาดูประวัติย่อๆของพรีเมียร์ลีกอังกฤษกันครับ

ประวัติของพรีเมียร์ลีกฉบับย่อ

แต่เดิมฟุตบอลลีกแห่งนี้ ใช้ชื่อว่า ฟุตบอลลีกดิวิชันหนึ่ง ซึ่งมีจัดการแข่งขันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2431 (ค.ศ. 1888) และถือว่าเคยเป็นลีกฟุตบอลที่ยาวนานที่สุดในโลก โดยที่ในปี พ.ศ. 2535 ในฤดูกาล 1992-1993 ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นจากรูเพิร์ธ เมอร์ด็อก (Rupert Murdoch) นักธุรกิจสื่อสารรายใหญ่เจ้าของเครือข่ายสถานีโทรทัศน์สกาย (BSkyB) พยายามผลักดันให้สโมสรฟุตบอลที่จะลงแข่งขันในดิวิชันหนึ่งประจำฤดูกาล 1992-93 ถอนตัวออกมาจัดตั้งเป็นพรีเมียร์ลีกทำให้ฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษที่มีอายุ 104 ปี ต้องยุติลง ขณะเดียวกันทางฟุตบอลลีกเดิมได้เปลี่ยนชื่อจาก ดิวิชันสอง มาเป็น ดิวิชันหนึ่ง และดิวิชันอื่นได้เปลี่ยนตามกันไป 17 กรกฎาคม 1991 มีการลงนามข้อตกลงภาคีสมาชิกก่อตั้ง (Founder Members Agreement) เพื่อวางหลักการสำคัญในการจัดตั้งพรีเมียร์ลีก ได้แก่ ระบบลีกสูงสุดใหม่นี้จะดำเนินการทางธุรกิจด้วยตนเอง ทำให้พรีเมียร์ลีกมีอิสระที่จะเจรจาผลประโยชน์กับผู้สนับสนุนในรายต่างๆได้ รวมทั้งสิทธิในการขายสิทธิถ่ายทอดโทรทัศน์ของตนเอง แยกขาดจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษและฟุตบอลลีกในทันที จากนั้นในปี 1992 ทั้ง 20 สโมสรได้ยื่นขอถอนตัวจากฟุตบอลลีกอย่างเป็นทางการ ต่อมา 27 พฤษภาคม 1992 เอฟเอพรีเมียร์ลีกจึงก่อตั้งโดยจดทะเบียนในรูปแบบบริษัทจำกัด ซึ่งมีสโมสรฟุตบอลสมาชิกทั้งหมด 20 แห่งเป็นหุ้นส่วน ความเป็นหุ้นส่วนจึงขึ้นอยู่กับผลการแข่งขันทางสโมสร หากทีมใดยังคงอยู่ในพรีเมียร์ลีกก็จะถือเป็นหุ้นส่วนของพรีเมียร์ลีกต่อไป ในช่วงปิดฤดูกาลสโมสรที่ตกชั้นจะต้องมอบสิทธิความเป็นหุ้นส่วนให้กับสโมสรที่เลื่อนชั้นมาจากลีกแชมเปี้ยนชิป โดยมีสมาคมฟุตบอลอังกฤษถือสิทธิเป็นหุ้นส่วนหลักที่มีอำนาจที่จะคัดค้านในประเด็นสำคัญต่างๆ เช่น การแต่งตั้งประธานกรรมการและผู้บริหารระดับสูงและหลักการเลื่อนชั้นหรือตกชั้นของสโมสรเท่านั้น แต่ไม่อาจมีอำนาจล่วงไปถึงกิจการเฉพาะของพรีเมียร์ลีก ซึ่งได้แก่เงื่อนไขและผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ต่างๆ ด้วยค่าตอบแทนจากการถ่ายทอดโทรทัศน์และประโยชน์ที่ได้รับจากผู้สนับสนุนการแข่งขันในเกมต่างๆ ทำให้พรีเมียร์ลีกพัฒนาเป็นลีกฟุตบอลภายในประเทศที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีทีมร่วมแข่งขัน 20 ทีม แข่งขันในระบบพบกันหมดทั้งเหย้าและเยือน ทีมชนะได้ 3 คะแนน ทีมเสมอได้ 1 คะแนนและทีมแพ้ไม่ได้คะแนน ตลอดฤดูกาลทุกทีมจะต้องแข่งขันทั้งสิ้น 38 นัด เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 3 สโมสรที่ได้คะแนนน้อยที่สุด จะถูกลดชั้นไปเล่นในฟุตบอลลีกแชมเปียนชิพ 4 ทีมที่อันดับดีสุดจะได้ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก โดยสามทีมอันดับแรกจะผ่านเข้าไปรอในรอบแบ่งกลุ่ม ในขณะที่ทีมอันดับ 4 จะต้องแข่งรอบเพลย์ออฟอีกทีหนึ่ง ส่วนอันดับ 5 จะได้เล่นยูฟ่า ยูโรป้า ลีก (ยูฟ่า คัพ) และทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลถ้วยภายในประเทศก็จะได้สิทธิ์ไปเล่นในยูโรป้า ลีก โดยอัตโนมัติเช่นกัน ในกรณีที่ทีมอันดับ 1- 4 ชนะการแข่งขันฟุตบอลถ้วยภายในประเทศ ทีมที่ได้รองชนะเลิศจะได้สิทธิ์เล่นยูโรป้า ลีกแทนผู้ชนะเลิศ หากผู้เข้าชิงถ้วยภายในประเทศทั้งสองทีม สิทธิ์การแข่งยูโรป้า ลีก จะได้แก่อันดับ 6 และ 7 ของพรีเมืยร์ลีกแทนเป็นต้น

และด้วยการเปลี่ยนแปลงต่างที่แน่นอนครับหนึ่งในกิจที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนของพรีเมียลีก นั้นก็คือกิจกรรมทางด้านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ในช่วงเวลาที่สโมสรใหญ่ต้องการเงินทุนมหาศาลนี้ เป็นโอกาสให้เจ้าของสถานีโทรทัศน์สกายนั้นทำการยื่นข้อเสนอให้สโมสรในดิวิชั่นหนึ่งประจำฤดูกาล 1992−93 ให้ถอนตัวจากสมาชิกฟุตบอลลีกเพื่อมาจัดตั้งเอฟเอพรีเมียร์ลีก โดยทางสถานีขอซื้อสิทธิผูกขาดในการถ่ายทอดการแข่งขันในราคาแพง ทำสัญญาฉบับแรกซื้อสิทธิผูกขาดในการถ่ายทอดการแข่งขันเป็นเวลา 5 ปี (ฤดูกาล 1992−93 ถึง 1996−97) ซึ่งจ่ายเป็นเงินค่าตอบแทนให้ถึง 304 ล้านปอนด์ ถ้าเทียบกับในอดีตที่ฟุตบอลลีกได้รายได้จากการขายสิทธิให้สถานีไอทีวีของอังกฤษเพียง 44 ล้านปอนด์เท่านั้น ในช่วงเวลา 4 ปี เงื่อนไขตอบแทนทางธุรกิจเช่นนี้จึงมีผลดึงดูดให้สโมสรทั้งหลายสนใจเป็นอย่างยิ่ง จนทำให้ผู้บริหารสโมสรบางคน เช่น นายอลัน ชูการ์ เจ้าของสโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์ แสดงตนเป็นแกนนำในการล็อบบี้ให้เจ้าของสโมสรอื่นๆ ในดิวิชั่นหนึ่งที่จะเริ่มแข่งขันในฤดูกาล 1992−93 เห็นชอบกับการก่อตั้งลีกแห่งนี้ขึ้น

นอกจากที่ครั้งหนึ่งผู้บริหารทีมทอตแนม ฮอตสเปอร์นั้นเคยมีประวัติที่เป็นการเปลี่ยนแปลงพรีเมียร์ลีกแล้ว ในปัจจุบันทอตแนม ฮอตสเปอร์นั้นก็ผลิตนักเตะดีๆให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษ อย่างแกเร็ธ แฟรงก์ เบล (Gareth Frank Bale)หรือพี่คอบอลทุกคนเรียกกันว่าแกเร็ธ เบล นักเตะคนนี้พัฒนาฝีเท้าได้อย่างรวดเร็วและเริ่มมีชื่อเสียงในฐานะจอมยิงฟรีคิกของทีม ขณะที่เกมสุดท้ายของเบล กับเซาแธมป์ตัน เป็นเกมเพลย์ออฟแชมเปี้ยนชิพ รอบรองชนะเลิศ กับดาร์บี้ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2007 แต่เจ้าตัวกลับต้องโชคร้ายได้รับบาดเจ็บในช่วงครึ่งหลังจนไม่สามารถฝืนเล่นต่อไปได้ โดยปีก/แบ็คซ้าย รวมทั้งหมดเบลเล่นให้กับเซาแธมป์ตันไป 45 นัด และทำไป 5 ประตู จากนั้น เบล ก็ได้ย้ายไปค้าแข้งกับ ไก่ปีกหักเดือยทอง เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2007 และเซ็นสัญญาเป็นเวลา 4 ปี โดยสเปอร์จ่ายค่าตัวไป 5 ล้านปอนด์ (ราว 300 ล้านบาทในเวลานั้น) พร้อมกับอ็อปชั่นที่ว่าจะต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมหากว่า เบล สามารถช่วยให้สเปอร์ส ประสบความสำเร็จได้จากนั้น เบล ก็สามารถพังประตูแรกให้สเปอร์ในแมตช์อย่างเป็นทางการได้สำเร็จในเกมที่เสมอกับฟูแล่ม 3-3 เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2007 ก่อนที่จะตามมาด้วยการทำสกอร์จากฟรีคิกในเกมดาร์บี้แมตช์แห่งลอนดอนเหนือกับอาเซน่อล และตามด้วยการทำประตูในเกมลีก คัพ ที่พบกับมิดเดิลสโบรช์ ซึ่งทำให้ เบล ซึ่งเป็นดาวรุ่งวัย 18 ปีในเวลานั้น กลายเป็นขวัญใจแฟนบอลสเปอร์ส อย่างรวดเร็ว หลังทำไป 3 ประตูจากการลงสนาม 4 นัดแรกฤดูกาล 2010-11 เบล เริ่มต้นได้อย่างสวยหรูเมื่อเหมาคนเดียว 2 ประตูให้ทีมชนะสโต๊ค ซิตี้ 2-1 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2010 และถัดมาอีก 4 วัน เบลก็ทำแอสซิสต์ทั้ง 4 ลูกให้สเปอร์ถล่ม ยัง บอยส์ เบิร์น จากสวิตเซอร์แลนด์ 4-0 ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ ที่ไวท์ ฮาร์ท เลน ฤดูกาล 2012-13 เบล เปลี่ยนมาใส่เสื้อหมายเลข 7 ซึ่งเป็นเบอร์ไรอัน กิ๊กส์ ขวัญใจของเบลในทีมชาติเวลส์ นอกจากที่ที่สเปอร์เป็นส่วนในการผลักดันให้ เบล ประสบผลสำเร็จในชีวิตแล้วปัจจุบัน เบล ยังได้ย้ายไปอยู่กับ รีล มาดริดด้วยค่าตัวกว่า 85 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,250 ล้านบาท) พร้อมกับทุบสถิติเดิมของ คริสเตียโน โรนัลโด้ ปีกทีมชาติโปรตุเกส เมื่อตอนที่ "ราชันชุดขาว" ทำการดึงตัวมาจากแมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2009 ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) และในขณะนี้ แกเร็ธ เบล ถือเป็นนักเตะที่มีค่าตัวในการย้ายทีมแพงที่สุดในโลก ณ เวลานี้ ในปัจจุบันนี้บ้านเราก็มีแฟนบอลที่ชื่นชอบในฝีเท้าของ เบล มากมายท่านสามารถช่วยเป็นกำลังใจให้กับแกเร็ท เบล ได้ผ่าน SBOBET ครับ

ทางเว็บเราก็เป็นอีกเว็บหนึ่งก็เป็นแหล่งข่าวกีฬาและเทคนิคแทงบอลออนไลน์มากมายจากบรรดาเซียนบอลออนไลน์ที่มีประสบการณ์ให้แก่ผู้ที่สนใจเข้ามาหาความรู้หวังว่าคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ

30/12/2013
exposchoenberg.org รู้วิธีแทงบอลออนไลน์ให้ได้เงิยจากเซียนที่นี่